จตุรัสใจกลางกรุงลอนดอน Piccadilly Circus

Piccadilly Circus เป็นอีก 1 แลนด์มาร์คสำคัญที่พลาดไม่ได้สำหรับการท่องเที่ยวในลอนดอน เพราะที่นี่คือจตุรัสชื่อดัง ที่เต็มไปด้วยสถานที่ช้อปปิ้งชื่อดัง ร้านค้าต่างๆ ตลอด 2 ข้างทาง เป็นย่านที่รวมแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังมากมาย ตลอดจนมีผับ บาร์ให้นั่งแฮงค์เอ้าท์กันได้ด้วย เรียกว่ามาที่นี่คุณจะได้สนุกสนานกับการช้อปปิ้ง ชื่นชมกับศิลปะและวัฒนธรรมของย่านต่างๆ ไปจนถึงได้ทานของอร่อยๆ ครบกันเลยทีเดียว

Piccadilly Circus เป็นจตุรัสใจกลางกรุงลอนดอนที่ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1819 เพื่อใช้เชื่อมต่อ regent street กับ Piccadilly คำว่า Piccadilly Circus มาจาก Roger Baker ช่างตัดเสื้อผ้าผู่ขายชื่อดังในศตวรรษที่ 17 ที่เรียกว่า Piccadilly ส่วน Circus มาจากลักษณะการจราจรที่เป็นรูปวงกลมล้อมรอบเทพเจ้ากรีก Anteros ของบริเวณนี้นั่นเอง จตุรัสแห่งนี้เชื่อมโยงกับโรงละครบน Shaftesbury Avenue เช่นเดียวกับ Heymarket และ Coventry street และอยู่ใกล้สถานที่ชื่อดังมากมาย ทั้ง regent street , Oxford street , แหล่งที่กินอย่างย่านโซโหไปจนถึงย่านเอเชียอย่างย่านไชน่าทาวน์ และสามารถเดินไปถึงจตุรัสรัสเซลจตุรัสชื่อดังอีกแห่งหนึ่งในลอนดอนได้อีกด้วย

เนื่องจาก Piccadilly Circus นั้นเป็นสถานที่ ๆ มีชื่อเสียงโด่งดังมากขนาดที่มี Piccadilly Circus จำลองทั้งในไทยและสิงคโปร์ อีกทั้งยังเป็นสถานที่อันเป็นที่ชุมนุมของคนทั่วทั้งมุมโลก จึงทำให้คำว่า Piccadilly ถูกนำมาใช้หรือล้อเลียนพฤติกรรมหรือสถานการณ์บางอย่าง เช่น มีคำกล่าวที่ว่า คนที่อยู่ย่านนี้นานพอนั้น จะเดินชนทุกคนที่พวกเขารู้จัก เป็นต้น แถมสงครามโลกครั้งที่ 2 ยังมีการใช้คำว่า Piccadilly มาเป็นรหัสลับในการบุกเรือเดินมหาสมุทรที่ชุมนุมในช่องแคบอังกฤษอีกด้วย นอกจากนั้นยังไปเป็นแรงบันดาลใจให้กับศิลปินมากมาย โดยผลงานเด่นไปคือ ผลงานของ Charles นักวาดภาพและนักออกแบบชาวอังกฤษที่เป็นผู้สร้างสรรค์ให้กับ Tate Britain โดยเค้าได้ใช้คำว่า Piccadilly เป็นหัวเรื่องในการสร้างสรรค์ผลงาน และภาพนั้นสามารถประมูลราคามากกว่า 5 ล้านปอนด์เลยทีเดียว

Piccadilly Circus นั้นเปรียบเสมือนนครที่ไม่เคยหลับใหล ด้วยแสง สี เสียงและความบันเทิง อันเป็นเอกลักษณ์ที่ช่วยสร้างความมีชีวิตชีวาให้กับสถานที่แห่งนี้ Piccadilly Circus จึงเป็นสถานที่ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกให้มาเที่ยวอย่างเนืองแน่นตลอดทั้งปี ทั้งในช่วงเวลากลางวันและกลางคืนเลยทีเดียว สำหรับใครที่กำลังวางแผนการเดินทางในลอนดอนอยู่ และต้องการสถานที่ๆ ท่องเที่ยวที่เดินทางสะดวก พอมาถึงแล้วสามารถชมสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังในลอนดอนได้หลายที่ แถมยังได้ช้อปปิ้ง กินข้าว แฮงค์เอ้า อีกทั้งได้ชมศิลปะวัฒนธรรมที่หลากหลายในลอนดอน Piccadilly Circus คือคำตอบของคุณ

ค่าใช้จ่าย
ค่าเข้าชม: ฟรี

เวลาทำการ
เวลาเปิด-ปิด: เดินทางมาชมได้ตลอดเวลา

วิธีการเดินทาง
สามารถเดินทางได้สะดวกโดยการใช้รถไฟใต้ดิน London Underground แน่นอนว่าสถานีที่ใกล้ที่สุดคือ Piccadilly Circus station แต่คุณจะเลือกใช้ Hyde park station , Oxford circus station , Leicester square หรือ Charing cross station ก็ได้เช่นกัน

จตุรัสใจกลางกรุงลอนดอน Piccadilly Circus

Piccadilly Circus เป็นอีก 1 แลนด์มาร์คสำคัญที่พลาดไม่ได้สำหรับการท่องเที่ยวในลอนดอน เพราะที่นี่คือจตุรัสชื่อดัง ที่เต็มไปด้วยสถานที่ช้อปปิ้งชื่อดัง ร้านค้าต่างๆ ตลอด 2 ข้างทาง เป็นย่านที่รวมแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังมากมาย ตลอดจนมีผับ บาร์ให้นั่งแฮงค์เอ้าท์กันได้ด้วย เรียกว่ามาที่นี่คุณจะได้สนุกสนานกับการช้อปปิ้ง ชื่นชมกับศิลปะและวัฒนธรรมของย่านต่างๆ ไปจนถึงได้ทานของอร่อยๆ ครบกันเลยทีเดียว

Piccadilly Circus เป็นจตุรัสใจกลางกรุงลอนดอนที่ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1819 เพื่อใช้เชื่อมต่อ regent street กับ Piccadilly คำว่า Piccadilly Circus มาจาก Roger Baker ช่างตัดเสื้อผ้าผู่ขายชื่อดังในศตวรรษที่ 17 ที่เรียกว่า Piccadilly ส่วน Circus มาจากลักษณะการจราจรที่เป็นรูปวงกลมล้อมรอบเทพเจ้ากรีก Anteros ของบริเวณนี้นั่นเอง จตุรัสแห่งนี้เชื่อมโยงกับโรงละครบน Shaftesbury Avenue เช่นเดียวกับ Heymarket และ Coventry street และอยู่ใกล้สถานที่ชื่อดังมากมาย ทั้ง regent street , Oxford street , แหล่งที่กินอย่างย่านโซโหไปจนถึงย่านเอเชียอย่างย่านไชน่าทาวน์ และสามารถเดินไปถึงจตุรัสรัสเซลจตุรัสชื่อดังอีกแห่งหนึ่งในลอนดอนได้อีกด้วย

เนื่องจาก Piccadilly Circus นั้นเป็นสถานที่ ๆ มีชื่อเสียงโด่งดังมากขนาดที่มี Piccadilly Circus จำลองทั้งในไทยและสิงคโปร์ อีกทั้งยังเป็นสถานที่อันเป็นที่ชุมนุมของคนทั่วทั้งมุมโลก จึงทำให้คำว่า Piccadilly ถูกนำมาใช้หรือล้อเลียนพฤติกรรมหรือสถานการณ์บางอย่าง เช่น มีคำกล่าวที่ว่า คนที่อยู่ย่านนี้นานพอนั้น จะเดินชนทุกคนที่พวกเขารู้จัก เป็นต้น แถมสงครามโลกครั้งที่ 2 ยังมีการใช้คำว่า Piccadilly มาเป็นรหัสลับในการบุกเรือเดินมหาสมุทรที่ชุมนุมในช่องแคบอังกฤษอีกด้วย นอกจากนั้นยังไปเป็นแรงบันดาลใจให้กับศิลปินมากมาย โดยผลงานเด่นไปคือ ผลงานของ Charles นักวาดภาพและนักออกแบบชาวอังกฤษที่เป็นผู้สร้างสรรค์ให้กับ Tate Britain โดยเค้าได้ใช้คำว่า Piccadilly เป็นหัวเรื่องในการสร้างสรรค์ผลงาน และภาพนั้นสามารถประมูลราคามากกว่า 5 ล้านปอนด์เลยทีเดียว

Piccadilly Circus นั้นเปรียบเสมือนนครที่ไม่เคยหลับใหล ด้วยแสง สี เสียงและความบันเทิง อันเป็นเอกลักษณ์ที่ช่วยสร้างความมีชีวิตชีวาให้กับสถานที่แห่งนี้ Piccadilly Circus จึงเป็นสถานที่ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกให้มาเที่ยวอย่างเนืองแน่นตลอดทั้งปี ทั้งในช่วงเวลากลางวันและกลางคืนเลยทีเดียว สำหรับใครที่กำลังวางแผนการเดินทางในลอนดอนอยู่ และต้องการสถานที่ๆ ท่องเที่ยวที่เดินทางสะดวก พอมาถึงแล้วสามารถชมสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังในลอนดอนได้หลายที่ แถมยังได้ช้อปปิ้ง กินข้าว แฮงค์เอ้า อีกทั้งได้ชมศิลปะวัฒนธรรมที่หลากหลายในลอนดอน Piccadilly Circus คือคำตอบของคุณ

ค่าใช้จ่าย
ค่าเข้าชม: ฟรี

เวลาทำการ
เวลาเปิด-ปิด: เดินทางมาชมได้ตลอดเวลา

วิธีการเดินทาง
สามารถเดินทางได้สะดวกโดยการใช้รถไฟใต้ดิน London Underground แน่นอนว่าสถานีที่ใกล้ที่สุดคือ Piccadilly Circus station แต่คุณจะเลือกใช้ Hyde park station , Oxford circus station , Leicester square หรือ Charing cross station ก็ได้เช่นกัน

หอนาฬิกา Big Ben

หอนาฬิกา Big Ben ถูกเรียกว่าเป็นแลนด์มาร์คของกรุงลอนดอน ที่นักท่องเที่ยวคนใดมาถึงแล้วไม่ได้ถ่ายรูปหรือเช็คอินนั้น ก็เปรียบเสมือนยังไม่ได้มาเยือนกรุงลอนดอนอย่างแท้จริง เพราะหอนาฬิกาแห่งนี้ ยืนหยัดท้าแดดท้าฝนในกรุงลอนดอนมามากกว่า 150 ปีแล้ว โดยจุดเด่นของหอนาฬิกาแห่งนี้ คือสามารถบอกเวลาได้ทั้ง 4 ทิศทาง เป็นนาฬิกาบอกเวลาที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นเครื่องบอกเวลามาตรฐานของหอดูดาวเมืองกรีนิช ผ่านสถานีวิทยุ BBC ที่จะถ่ายทอดสดเสียงตีบอกนาฬิกา Big Ben ให้ได้ยินกันทั่วโลก

ความเป็นมาของหอนาฬิกา Big Ben

แต่เดิมนั้น หอนาฬิกาแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้เป็นหอนาฬิกาประจำพระราชวัง Westminster ภายหลังจากที่ถูกไฟไหม้ในปี 1834 โดยมี ชาลล์ส แบรี่เป็นผู้ออกแบบหอนาฬิกาแห่งนี้ โดยเลือกใช้ศิลปะแบบวิคทอเรียนโกธิค เพื่อฉลองการครองราชย์ครบ 60 ปี ของควีน เอลิซาเบธที่ 2 โดยมีความสูงถึง 96.3 เมตร มีระฆังสำหรับตีบอกเวลา 5 ใบ โดยมีใบเดียวที่ตีบอกเวลา ส่วนอีก 4 ใบจะตีเป็นทำนองเพื่อให้เกิดความไพเราะ หากสังเกตให้ดีจะพบว่าตัวหอนาฬิกานั้น มีความเอนไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือเล็กน้อย เพราะสภาพดินที่ไม่สมบูรณ์ขณะก่อสร้าง แต่ก็ไม่ได้ทำให้เกิดความเสียหายแต่อย่างใด ความน่าทึ่งที่สำคัญของหอนาฬิกาแห่งนี้ คือกลไกของนาฬิกาที่สามารถเดินได้อย่างเที่ยงตรงจนน่าอัศจรรย์ แม้ว่าในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 หอนาฬิกาจะถูกระเบิดจากกองทัพนาซีทำลายจนได้รับความเสียหายไปบ้าง แต่นาฬิกาก็ยังคงตีบอกเวลาได้อย่างแม่นยำต่อไป มีเพียงช่วงหลัง ๆ ที่เกิดจากสภาพอากาศ และความเสื่อมของโลหะที่ใช้เป็นกลไกภายในที่เป็นไปตามกาลเวลา จนต้องทำให้เกิดการซ่อมแซมครั้งยิ่งใหญ่ แต่เพียงไม่นาน นาฬิกาเรือนยักษ์นี้ก็กลับมาทำหน้าที่ของมันเช่นเดิม

หอนาฬิกา Big Ben มีอะไรน่าสนใจบ้าง

เป็นที่น่าเสียดายยิ่งนัก ที่หอนาฬิกา Big Ben นั้น ไม่ได้เปิดให้สาธารณชน และนักท่องเที่ยวได้เข้าไปชื่นชมภายในตัวอาคาร แต่อนุญาตแค่เพียงชาวอังกฤษที่มีอายุ 11 ขวบขึ้นไปเท่านั้น โดยจะต้องทำเรื่องผ่านสมาชิกรัฐสภาอังกฤษประจำพื้นที่ก่อน และเมื่อสามารถเข้าชมได้แล้ว จะต้องเดินขึ้นบันไดจำนวน 334 ขั้น เพื่อขึ้นไปถึงยอดของหอนาฬิกาแห่งนี้

แต่อย่างไรก็ตาม ถึงจะไม่สามารถเข้าไปชมภายในได้ ก็ยังเก็บบรรยากาศภายนอกได้ ซึ่งก็ให้ความสวยงามไม่แพ้กัน โดยควรมาเที่ยวชมทั้งในเวลากลางวัน และในเวลากลางคืน จะให้ความสวยงามที่แตกต่างกันไป

ค่าใช้จ่าย
ค่าเข้าชม: ฟรี ไม่มีค่าเข้าชม

เวลาทำการ
เวลาเปิด-ปิด: ชมได้ตลอดเวลา

วิธีการเดินทาง
สามารถเดินทางด้วยรถไฟฟ้าใต้ดิน มาลงได้ที่สถานี Westminster