วิทยาลัยทรีนิตี้ Trinity College แห่ง Oxford

Trinity College เป็นหนึ่งในวิทยาลัยที่เป็นส่วนหนึ่งของ University of Oxford ประเทศอังกฤษ ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1555 โดย Sir Thomas Pope มีพื้นที่ขนาดใหญ่ ในขณะที่จำนวนนักเรียนต่อเทอมมีประมาณ 400 คนเท่านั้น โดยวิทยาลัยแห่งนี้ แต่เดิมถูกครอบครองโดยวิทยาลัย Durham ซึ่งได้สร้างขึ้นสำหรับสักการบูชาพระที่อยู่ในนิกายหนึ่งในศาสนาคริสต์ (benedictine) จากวิหาร Durham โดยวิทยาลัยนี้ได้สร้างขึ้นหลังจากซื้อที่ดินในปี ค.ศ. 1291 ซึ่งวิทยาลัยนี้ยังคงเป็นสถาบันการศึกษา ที่มีแต่ผู้ชายเป็นส่วนใหญ่ จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1979 ได้มีการรับนักศึกษาระดับปริญญาตรีที่เป็นผู้หญิงคนแรกของวิทยาลัย ภายในวิทยาลัยจะประกอบไปด้วยบริเวณต่างๆ ได้แก่ บริเวณโบสถ์ศูนย์กลางของวิทยาลัย สร้างขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 17 ได้รับการออกแบบโดย Henry Aldrich จากคำแนะนำของ Christopher Wren ในรูปแบบสถาปัตยกรรมบารอกเป็นครั้งแรก ใช้เป็นสถานที่สำหรับสักการบูชา สวดมนต์ หรือดื่มด่ำความงดงามของโบสถ์ และที่สำคัญทุกๆ วันอาทิตย์ จะมีคณะร้องเพลงประสานเสียงภายในโบสถ์ เริ่มตั้งแต่เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป

ถัดมาจะเป็นบริเวณ Fellows’ Garden เป็นสวนส่วนตัวในวิทยาลัย สามารถมองผ่านประตูเหล็กได้ ภายในสวนประกอบด้วยพันธุ์ไม้หลากหลายสายพันธุ์ รวมถึงปาล์ม ที่นำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่น ในช่วงต้นศตวรรษที่ 19 นอกจากพันธุ์ไม้แล้ว จุดเด่นของสวนนี้ก็จะเป็นบริเวณบ่อน้ำทรงกลมที่ทำมาจากหินปูน ในสมัยศตวรรษที่ 17 ถัดไปจะเป็น ลานกว้างสี่เหลี่ยม เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ได้รับการออกแบบโดย Christopher Wren เป็นสถานที่สำหรับจัดกิจกรรมในวิทยาลัยและเป็นมุมที่ชื่นชอบของผู้ที่มาเยือนในช่วงฤดูร้อนอีกด้วย และสุดท้าย บริเวณสวนด้านหลัง มีพื้นที่ประมาณ 5000 ตารางเมตร เป็นสนามหญ้าใช้สำหรับเป็นสถานที่พักผ่อนของนักศึกษา นอกจากนี้แล้วก็ยังมีหอสมุด ซึ่งเป็นอนุสรณ์ที่ระลึกถึงช่วงสงคราม เปิดอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 1928 ได้รับทุนสนับสนุนในการสร้างเพื่อระลึกถึงเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 1 โดยภายในห้องสมุดแห่งนี้ มีหนังสือกว่า 56,000 เล่ม และอีกส่วนหนึ่งที่จะไม่พูดถึงไมได้ ก็คือ The Old Library และ Danson Library เป็นห้องสมุดเก่าแก่ของวิทยาลัยนี้ ตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 15 โดยเป็นสถานที่เก็บสะสมหนังสือโบราณ รวมถึงหนังสือเกี่ยวกับศาสนาและวิทยาศาสตร์บางส่วน ซึ่งห้องสมุด 2 แห่งนี้เปิดให้ใช้เฉพาะในวิทยาลัยเท่านั้น บุคคลภายนอกไม่สามารถใช้บริการได้ แต่ก็จะมีโอกาสพิเศษสำหรับผู้ที่สนใจใช้บริการ ในด้านของสิ่งอำนวยความสะดวกภายในวิทยาลัย ก็จะมีเครือข่าย Internet ที่สามารถเชื่อมต่อครอบคลุมไปทั่วทั้งวิทยาลัย นอกจากนี้ก็มีห้องสำหรับแสดงละคร ดนตรี และกิจกรรมทางศิลปะอื่นๆ หลังจากเลิกเรียนแล้ว อีกทั้งบริเวณที่ให้บริการเครื่องดื่มและของว่าง บริเวณห้องโถงพักผ่อนของนักศึกษา ซึ่งเป็นสถานที่พักผ่อนคลายเครียดจากการเรียนและใช้เป็นสถานที่ประชุมของนักศึกษาระดับปริญญาตรี รวมไปถึงโรงยิม ห้องครัว ห้องซ้อมดนตรีและมุมซักผ้า เรียกได้ว่า เป็นอีกหนึ่งวิทยาลัยที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบถ้วนจริงๆ

ค่าใช้จ่าย
ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 3 ปอนด์
นักเรียนและผู้สูงอายุ 2 ปอนด์

เวลาทำการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน
ช่วงฤดูหนาว เปิดตั้งแต่เวลา 10.00 น. – 12.00 น. และ 14.00 น. – 17.30 น.
ปิดช่วงกลางวัน ตั้งแต่เวลา 12.00 น. – 14.00 น.
ช่วงฤดูร้อนและฤดูใบไม้ผลิ เปิดตั้งแต่เวลา 10.00 น. – 12.00 น. และ 14.00 น. – 18.00 น.
ปิดช่วงกลางวัน ตั้งแต่เวลา 12.00 น. – 14.00 น.

วิธีการเดินทาง
เดินจากสถานีรถไฟ Oxford

มหาวิทยาลัยโบสถ์เซนต์แมรี่พระแม่มารี University Church of St. Mary the Virgin

มหาวิทยาลัยโบสถ์เซนต์แมรี่พระแม่มารี(University Church of St. Mary the Virgin) ตั้งอยู่ทางด้านทิศเหนือของถนน High Street ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง Oxford ประเทศอังกฤษ ได้รับการออกแบบโดย Nicholas Stone เป็นโบสถ์เก่าแก่ โดยมีอายุกว่าพันปี ในช่วงต้นศตวรรษที่ 13 มหาวิทยาลัยได้ริเริ่มพัฒนานักวิชาการและอาจารย์ รวมถึงการเรียนการสอน โดยใช้โบสถ์เป็นสถานที่ในการบรรยายและสอนหนังสือ จนกลายเป็นโบสถ์มหาวิทยาลัย ต่อมาประมาณปี ค.ศ. 1420 พื้นที่ของโบสถ์ในขณะนั้นมีขนาดเล็กเกินไปสำหรับทำกิจกรรมทั้งหมด จึงทำให้มหาวิทยาลัยย้ายไปยังอาคารอื่นๆ บริเวณใกล้เคียง แต่ความสำคัญของโบสถ์ก็ยังคงเป็นสถานที่ที่เกิดเหตุการณ์สำคัญต่างๆ ภายในมหาวิทยาลัย เมือง Oxford และคริสจักรแห่งชาติ omglinks.com

ส่วนสถาปัตยกรรมในปัจจุบัน เป็นการผสมผสานศิลปะในยุคกลางและศิลปะร่วมสมัย ส่วนที่เก่าแก่ที่สุดในอาคาร คือ ตึกสูง ซึ่งสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1280 โดยมีการสร้างยอดแหลมขึ้นบนตึกในระหว่างปี ค.ศ. 1315 – 1325 จึงทำให้โบสถ์ของที่นี่มีความเป็นเอกลักษณ์และโดดเด่นสวยงามที่สุดในเมืองนี้ ต่อมาหลังจากที่สร้างตึกเสร็จสิ้นแล้ว ก็ได้มีการสร้างโบสถ์เล็กๆ เพิ่มเติม คือ The Adam de Brome Chapel โดยจัดตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1324 เป็นวิทยาลัยแห่งใหม่ที่รู้จักกันในนาม “Oriel” ถัดไปจะเป็นบริเวณพื้นที่ในโบสถ์ ที่เรียกว่า “Chancel” สร้างเสร็จสมบูรณ์ในปี ค.ศ. 1463 ซึ่งบริเวณนี้มีหน้าตางบานใหญ่ตั้งฉากเพื่อให้แสงเข้าสู่ตัวอาคารและเสาหิน รวมถึงการตกแต่งอาคารที่มีสีสันบาดตาและชัดเจน ถัดมาเป็นระเบียง ที่ตั้งอยู่ทางด้านถนน High Street ซึ่งแต่ก่อนเป็นที่ถกเถียงกันอย่างมาก สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1637 โดย “barley sugar” ถูกออกแบบมาเพื่อสะท้อนให้เห็นถึงเสาในวิหารที่เยรูซาเลม ถัดไปจะเป็นหน้าต่างกระจกสีทางด้านตะวันตก ได้รับการออกแบบโดย Charles Kempe สร้างเสร็จสมบูรณ์ในปี ค.ศ. 1891 โดยแสดงให้เห็นถึงตัวเลขจากพระคัมภีร์ไบเบิล ต่อมาเป็นโซนของ The Old Library หรือห้องสมุดเก่า สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1320 ซึ่งจัดเป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ใช้สำหรับจัดกิจกรรมสำคัญในชุมชน รวมถึงเป็นสถานที่สักการบูชาและยังเป็นจุดหมายปลายทางของผู้ที่มาเยี่ยมชม ด้วยตัวอาคารที่มีการออกแบบที่สวยงาม

ค่าใช้จ่าย
ค่าเข้าชม: บริเวณโบสถ์ไม่เสียค่าบริการ
ผู้ใหญ่ 4 ปอนด์ , เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปี และผู้สูงอายุ 3 ปอนด์ ,
ครอบครัว (ผู้ใหญ่ 2 คน เด็ก 2 คน) 12 ปอนด์

เวลาทำการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทำการทุกวัน ยกเว้นวัน Christmas และวัน Boxing Day
เวลาเปิด – ปิด : วันจันทร์ – วันเสาร์ เปิดตั้งแต่เวลา 09.00 น. – 17.00 น.
วันอาทิตย์ เปิดตั้งแต่เวลา 11.30 น. – 17.00 น.

วิธีการเดินทาง
เดินจากสถานีรถไฟ Oxford

โรงละคร Sheldonian Theatre

โรงละคร Sheldonian ตั้งอยู่ใจกลางเมือง Oxford ประเทศอังกฤษ สร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1664 – ค.ศ. 1669 ออกแบบโดย Christopher Wren โดยได้รับแรงบันดาลใจมากจากโรงละครในกรุงโรม ประเทศอิตาลี (Theater of Marcellus) รวมถึงสถาปัตยกรรมยุคเรอเนซองส์และศิลปะสไตล์คลาสสิกที่มีอิทธิพลต่อสถาปัตยกรรมของอาคาร Oxford อื่นๆ โดยที่นี่ใช้ เป็นหอประชุมพระราชพิธีของ University of Oxford นอกจากนี้ยังสามารถใช้เป็นสถานที่สำหรับการแสดงคอนเสิร์ต จัดการบรรยายพูดคุย ประชุม สถานที่นัดพบสำหรับชุมนุมของรัฐสภา ซึ่งมีการประชุมตลอดทั้งปี และงานต่างๆ ที่จัดขึ้นโดยมหาวิทยาลัย เช่น พิธีสำเร็จการศึกษาและประกาศนียบัตร เป็นต้น แต่ยังไมได้เป็นสถานที่สำหรับจัดแสดงละคร จนกระทั่งในปี ค.ศ. 2015 คริสตจักรได้เริ่มจัดเวทีการแสดงละครชั้นสูงขึ้น จึงทำให้เป็นที่รู้จักในฐานะโรงละครตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ส่วนสถาปัตยกรรมของอาคารแห่งนี้มีความโดดเด่น ตรงมีลักษณะเป็นหลังคาโดมทรง 8 เหลี่ยมที่ยื่นออกมาจากหลังคา ซึ่งสามารถเข้าไปเยี่ยมชมได้ โดยขึ้นบันไดไปยังโดม ภายในจะมีหน้าต่างขนาดใหญ่อยู่ทุกด้าน สามารถมองเห็นทัศนียภาพมุมกว้างของใจกลางเมือง Oxford ได้อย่างสวยงาม และมองไปด้านบนจะเห็นเพดานที่งดงามของโรงละคร ซึ่งวาดโดย Robert Streater ในสมัยพระเจ้าชาลส์ที่ 2 แห่งอังกฤษ ในปัจจุบันโรงละครแห่งนี้ ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในเมือง Oxford ที่นักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศต่างให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ด้วยเรื่องราวที่น่าสนใจทางประวัติศาสตร์และความสวยงามของสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ หากใครที่มีโอกาสมาเที่ยวเมือง Oxford ที่นี่ก็ถือเป็นอีกสถานที่หนึ่งที่ไม่ควรพลาดที่จะมาเยือน

ค่าใช้จ่าย
ค่าเข้าชม: บริเวณโรงละครหลัก ห้องใต้หลังคา และหลังคาโดม ผู้ใหญ่ 3.50 ปอนด์

เวลาทำการ
เวลาเปิด-ปิด: โรงละครมีวันและเวลาเปิด – ปิด ที่ไม่แน่นอน เนื่องจากมีการจัดงานหรือพิธีอื่นๆ เป็นครั้งคราว หากต้องการมาเยี่ยมชม ควรตรวจสอบตารางเวลาทางเว็บไซต์ของโรงละครได้ที่ https://www.admin.ox.ac.uk/sheldonian/
แต่โดยทั่วไป จะเปิดเป็นเวลาดังนี้
เดือนกุมภาพันธ์ – เดือนพฤศจิกายน
เปิดให้บริการวันจันทร์ – วันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 10.00 น. – 16.30 น.
เดือนพฤษภาคม – เดือนกันยายน
เปิดให้บริการวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 10.00 น. – 16.30 น.
เดือนพฤศจิกายน – เดือนธันวาคม
เปิดให้บริการวันจันทร์ – วันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 10.00 น. – 15.00 น.

วิธีการเดินทาง
เดินจากสถานีรถไฟ Oxford

อาคารห้องสมุด Radcliffe Camera

ห้องสมุด Radcliffe Camera เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คที่สวยงามของเมืองอ็อกฟอร์ด ซึ่งคำว่า “Camera” ในที่นี้หมายถึง “ห้อง” ในภาษาละติน เป็นห้องสมุดของมหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด ประเทศอังกฤษ ได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกที่มีชื่อเสียงหลายท่าน รวมไปถึง Nicholas Hawksmoor และ James Gibbs ด้วยรูปแบบของสถาปัตยกรรมโรมันและกรีกโบราณ สร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1737 – 1749 โดยการก่อสร้างและบำรุงรักษาห้องสมุดที่นี่ได้รับการสนับสนุนจาก John Radcliffe (แพทย์ที่ประสบความสำเร็จที่สุดของประเทศอังกฤษในขณะนั้น) ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินแห่งนี้ ได้มีความประสงค์ให้สร้างห้องสมุดแห่งนี้ขึ้นมา เมื่อดำเนินการสร้างเสร็จสิ้น Francis Wise ได้รับการแต่งตั้งเป็นบรรณารักษ์คนแรก จนกระทั่งปี ค.ศ. 1810 ห้องสมุดประกอบด้วยหนังสือที่ครอบคลุมหลากหลายสาขาวิชา gentingprincess.org

จุดเด่นของห้องสมุดแห่งนี้ เห็นจะเป็นลักษณะตัวอาคารที่มีความสวยงามและมีความเป็นเอกลักษณ์ โดยมีหลังคาเป็นวงกลม ซึ่งถือเป็นอาคารห้องสมุดวงกลมที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศอังกฤษ โดยห้องสมุดของที่นี่ ถูกแยกเป็นอิสระจาก Bodleian Library และห้องสมุดมหาวิทยาลัยอื่นๆ ซึ่งผู้อ่านส่วนหนึ่งมักอ่านหนังสือหลากหลายประเภทผสมกันไป จึงทำให้ต่อมาในช่วงต้นศตวรรษที่ 19 มุ่งเน้นไปที่หนังสือทางด้านประวัติศาสตร์ธรรมชาติและหนังสือทางการแพทย์มากยิ่งขึ้น ในปี ค.ศ. 1860 ห้องสมุดแห่งนี้ถูกยึดครองโดย Bodleian Library และได้เปลี่ยนชื่อเป็น “Radcliffe Camera” โดยหนังสือในห้องสมุดค่อยๆ ถูกย้ายไปยังห้องสมุดของมหาวิทยาลัยอื่นๆ จึงทำให้ Radcliffe Camera กลายเป็นสถานที่ที่ใช้สำหรับอ่านหนังสือของ Bodleian Library ในปัจจุบัน ซึ่งในชั้นใต้ดิน มีห้องสำหรับอ่านหนังสือด้วยกัน 2 ห้อง ภายในมีหนังสือเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ศิลปะ โบราณคดีและมานุษวิทยา ในขณะที่ห้องอ่านหนังสือด้านล่าง จะเป็นหนังสือเกี่ยวกับวรรณคดี ภาษาและหนังสือเกี่ยวกับศาสนา โดยส่วนมากผู้ใช้ห้องสมุดจะเป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรี

เวลาทำการ
เวลาเปิด-ปิด: วันจันทร์ – วันศุกร์ เปิดตั้งแต่เวลา 09.00 น. – 22.00 น.
วันเสาร์ เปิดตั้งแต่เวลา 10.00 น. – 16.00 น.
วันอาทิตย์ เปิดตั้งแต่เวลา 11.00 น. – 17.00 น.

วิธีการเดินทาง
เดินจากสถานีรถไฟ Oxford

นิวคอลเลจ New College

นิวคอลเลจ(New College) วิทยาลัยแห่งใหม่ที่เป็นส่วนหนึ่งของ University of Oxford ประเทศอังกฤษ สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1379 โดย William of Wykeham ซึ่งชื่อเต็มของวิทยาลัยแห่งนี้ คือ “The Warden and Scholars of St Mary’s College of Winchester” ซึ่งที่นี่ถือเป็นหนึ่งในวิทยาลัยที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดใน Oxford รวมถึงเป็นหนึ่งในวิทยาลัยที่ขึ้นชื่อว่ารวยที่สุดใน Oxford University โดยมีทุนสนับสนุนทางการเงินถึง 190 ล้านปอนด์ และทรัพย์สินกว่า 220 ล้านปอนด์ นอกจากนี้วิทยาลัยนี้ก็เป็นรากฐานสำคัญในการร้องเพลงประสานเสียงของ University of Oxford โดยคณะร้องประสานเสียงของวิทยาลัย ถือเป็นหนึ่งในคณะร้องเพลงประสานเสียงชั้นนำของโลก และที่สำคัญได้ทำชุดแผ่นเสียงมาแล้วกว่า 100 ชุด รวมถึงได้รับรางวัล Gramophone Awards อีกด้วย

วิทยาลัยแห่งนี้ ถือเป็นแบบอย่างของตึกอาคารที่ตั้งฉากสวยงามและมีความโดดเด่นทางด้านสถาปัตยกรรม ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกับวิทยาลัย Merton ใน Oxford โดย New College มีขนาดใหญ่กว่าวิทยาลัยอื่นๆที่อยู่ ใน Oxford บริเวณห้องโถงใหญ่ของที่นี่ เป็นห้องรับประทานอาหารของวิทยาลัย โดยมีการตั้งกฎขึ้นมาอย่างเคร่งครัด คือ ห้ามส่งเสียงดัง เนื่องจากอยู่บริเวณใกล้เคียงกับวิทยาลัยและโบสถ์ ถัดไป บริเวณระเบียงโบสถ์และภายในโบสถ์ ประกอบไปด้วยกระจกแก้วในยุคกลาง บางส่วนของหน้าต่างกระจกสีถูกออกแบบโดย Joshua Reynolds (นักเขียนภาพบุคคล) ในศตวรรษที่ 18 รวมถึงผลงานของ Jacob Epstein และ El Greco ตัวอย่างเช่น หน้าต่างทางตะวันตก ที่ออกแบบโดย Joshua Reynolds นอกจากนี้ด้านในก็มีออร์แกนขนาดใหญ่ สร้างขึ้นโดย Grant, Degens และ Bradbeer ในปี ค.ศ. 1969 ซึ่งมีความสวยงามและโดดเด่นรวมไปถึงหอระฆังที่อยู่ด้านในด้วย นอกจากนี้ก็มีสวนขนาดใหญ่ที่สวยงาม สิ่งอำนวยความสะดวก และสิ่งปลูกสร้างทั้งเก่าและใหม่ที่มีความหลากหลาย รวมถึงมีประเพณีที่โดดเด่นทางด้านดนตรี คณะร้องเพลงประสานเสียงที่มีชื่อเสียงระดับโลก พร้อมกับบรรยากาศในวิทยาลัยที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความผ่อนคลายและเป็นมิตร ด้วยความหลากหลายทางด้านการเรียนและกิจกรรม จึงทำให้ผู้คนต่างให้ความสนใจเป็นอย่างมาก

ค่าใช้จ่าย
ค่าเข้าชม: บุคคลทั่วไป 5 ปอนด์

เวลาทำการ
เวลาเปิด-ปิด: เดือนมีนาคม – เดือนตุลาคม เปิดตั้งแต่เวลา 11.00 น. – 17.00 น. เข้าชมรอบสุดท้ายเวลา 16.45 น.

วิธีการเดินทาง
เดินจากสถานีรถไฟ Oxford