ตลาด Leadenhall Market

Leadenhall Market เป็นตลาดที่มีลักษณะเป็นแบบ Arcade ที่มีหลังคาคลุมปิด ในลอนดอนตั้งอยู่บนถนน Gracechurch มีอาหารสดขายเป็นจำนวนมาก ขายดอกไม้ เป็นตลาดที่เป็นศูนย์กลางของลอนดอน นอกจากนี้ยังมีร้านค้าปลีกหลายแห่งในตลาด เช่น ร้านขายเสื้อผ้าและร้านขายของที่ระลึก omglinks.com

บริเวณที่ตั้งของตลาด Leadenhall Market เดิมเป็นตลาดมาตั้งแต่ยุคโรมันปกครองอังกฤษ แต่บางช่วงก็ถูกปล่อยร้างและยุคกลางก็กลับมาเป็นที่พบปะของพ่อค้าอีก จนเกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่ในปี 1666 บางส่วนของตลาดถูกไฟไหม้ ทำให้มีการซ่อมแซมครั้งใหญ่

ทางเข้าหลักของตลาดอยู่ที่ Gracechurch Street ทางเข้าด้านข้างมีความสูงสองชั้นขนาบด้วยกำแพงสูงชันและกำแพงหินพอร์ตแลนด์ในสไตล์ดัตช์ในศตวรรษที่ 17 อาคารที่อยู่ติดกันทางทิศใต้มีพื้นที่ค้าปลีกที่ต่อเนื่องซึ่งคั่นด้วยช่องทางที่แคบเข้าสู่ทางเดินเท้า

ตลาดแห่งนี้โด่งดังเนื่องจากถูกนำมาใช้เป็นสถานที่ในการถ่ายทำฉาก ในภาพยนตร์ Harry Potter ตอน แฮร์รี่พอตเตอร์กับศิลาอาถรรพ์ (2544) (Harry Potter and the Philosopher’s Stone) และเป็นสถานที่ที่ปรากฏในภาพยนตร์เรื่อง Imaginarium of Doctor Parnassus ปรโลก Brannigan และ Love Aaj Kal นอกจากนี้ยังใช้ในมิวสิควิดีโอสำหรับเพลง Erasure ในปี 1991 “Love to Hate You”

ตลาด Leadenhall เป็นส่วนหนึ่งในเส้นทางการแข่งขันมาราธอนของกีฬาโอลิมปิก 2012 นักวิ่งวิ่งผ่านตลาดจากถนน Whittington ไปยังถนน Lime Street

ค่าใช้จ่าย
ค่าเข้าชม: เข้าชมฟรี

เวลาทำการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน แต่ร้านค้าส่วนใหญ่เปิดบริการเฉพาะวันธรรมดา เวลา 7.00-20.00 น.

วิธีการเดินทาง
อยู่ใกล้สถานีรถไฟใต้ดิน : Monument , Bank , Aldgate

สนามและพิพิธภัณฑ์เทนนิส วิมเบิลดัน Wimbledon Lawn Tennis Museum

พิพิธภัณฑ์แห่งเกียรติยศ พิพิธภัณฑ์เทนนิสในวิมเบิลดันเปิดให้บริการในปี พ.ศ. 2549 หรือ ค.ศ. 2006 โดย H.R.H ดยุคแห่งเคนท์ พิพิธภัณฑ์เทนนิสอันทันสมัยแห่งนี้ในกรุงลอนดอนได้รับผู้เข้าชมหลายพันคนจากทั่วโลกและเป็นที่ตั้งของถ้วยรางวัลแชมป์วิมเบิลดัน ด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัยทั้งหลายทำให้ผู้เข้าชมพิพิธภัณฑ์สามารถสัมผัสบรรยากาศของห้องเกียรติยศ เป็นการย้อนรอยประวัติศาสตร์ของอังกฤษ ของการกีฬา ภายในพิพิธภัณฑ์มีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้เข้าชมอย่างหน้าจออินเทอร์แอคทีฟแบบโต้ตอบและคำแนะนำเสียงใน 10 ภาษามีอยู่ทั่วพิพิธภัณฑ์ เพื่อรองรับผู้เข้าชมจากหลายชาติหลายภาษา ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้จะนำคุณไปสู่ประวัติศาสตร์ ของเกมและการแข่งขันเทนนิสที่มีชื่อเสียงระดับโลก รวมไปถึงตารางการแข่งขันเทนนิสแมทซ์สำคัญ อีกทั้งห้องสัมภาษณ์นักกีฬา นอกจากนี้ยังสามารถเพลิดเพลินกับประสบการณ์ Virtual Reality ใหม่อันน่าตื่นตาตื่นใจซึ่งถ่ายทำในระหว่างการแข่งขันซึ่งใกล้เคียงกับการได้นั่งชมการแข่งขัน เป็นความเสมือนจริงที่ทำให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสโดยไม่ต้องเสียค่าตั๋วเข้าชมการแข่งขันจริง ภายในพิพิธภัณฑ์ ซึ่งสิ่งที่จัดแสดงที่ทำให้เห็น ความสำคัญของการแข่งขันทุกแมทซ์ของวิมเบิลดัน คือลูกเทนนิสที่ถูกใช้ในการแข่งขัน มีการจารึกปีที่ทำการแข่งขัน ไม้ตีเทนนิสที่ถูกเก็บไว้ในตู้กระจก ทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงลักษณะและขนาดของไม้ตีเทนนิส ที่เก่าแก่ที่สุด พัฒนามาจนถึงปัจจุบัน เสื้อผ้านักกีฬา ทั้งหญิงและชายใช้ที่สวมใส่ในการแข่งขัน วิลเบิลดันที่ยิ่งใหญ่ที่เก็บไว้อย่างดีในตู้กระจก การจัดการแข่งขันที่ยาวนานของวิลเบิลดัน จึงทำให้มีแชมป์เทนนิสวิลเบิลดันมากมายที่โด่งดัง เช่น โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ (Roger Federer) นักเทนนิสชายเดี่ยวที่คว้าแชมป์วิลเบิลดันถึง 8 สมัย gentingprincess.org

การแข่งขันเทนนิสวิมเบิลดัน (The Championships, Wimbledon) เป็นการแข่งขันเทนนิสที่เก่าแก่ที่สุดในโลก โดยจะจัดการแข่งขันขึ้นในช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคมของทุกปี วิมเบิลดันเป็นการแข่งขันเทนนิสแกรนด์สแลมรายการที่สามของปี ถัดจากออสเตรเลียนโอเพน และเฟรนช์โอเพน ก่อนจะปิดท้ายปีด้วยรายการยูเอสโอเพน และเป็นการแข่งขันแกรนด์สแลมรายการเดียวในปัจจุบันที่แข่งขันบนคอร์ทหญ้า

ค่าใช้จ่าย
ค่าเข้าชม: สำหรับ: ผู้ใหญ่: £13.00 ปอนด์
สำหรับเด็ก: £8.00 ปอนด์

เวลาทำการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันยกเว้นวันเสาร์ เวลา 10:00 น. – 17:00 น.

วิธีการเดินทาง
ใกล้สถานีรถไฟ Wimbledon Park Station

ปราสาทวินเซอร์ Windsor Castle

ปราสาทวินเซอร์(Windsor Castle) เป็นพระราชวังที่โด่งดังของอังกฤษ เป็นที่พำนักของกษัตริย์ พระราชวัง Windsor ในเขต Berkshire เป็นสถาปัตยกรรมที่แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ ของกษัตริย์แต่ละสมัย

ปราสาทเดิมถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 11 หลังจากนอร์แมนบุกอังกฤษโดย William the Conqueror ตั้งแต่สมัยของเฮนรี โดยพระมหากษัตริย์ที่ครองราชย์และเป็นพระราชวังที่ยาวที่สุดในยุโรป ปราสาทแห่งนี้ถูกออกแบบโดยนักประวัติศาสตร์ศิลป์ฮิวจ์โรเบิร์ตส์ ในยุคจอร์เจียน

ได้รับการออกแบบมาเพื่อป้องกันการบุกรุกของนอร์แมนรอบนอกกรุงลอนดอนและดูแลส่วนสำคัญทางยุทธศาสตร์ของแม่น้ำเทมส์พระราชวังวินด์เซอร์ล้อมรอบด้วยเนินเขากลาง 3 แห่ง ค่อยๆถูกแทนที่ด้วยป้อมปราการที่ทำด้วยหินปราสาทแห่งนี้

ในช่วงเริ่มต้นของศตวรรษที่ 13 สมเด็จพระเจ้าเฮนรีที่สามสร้างพระราชวังหรูหราภายในปราสาทในช่วงกลางศตวรรษ ต่อมาเอ็ดเวิร์ดที่สามไปอีกสร้างพระราชวังเพื่อสร้างอาคารที่ยิ่งใหญ่กว่า จนกลายเป็น “โครงการก่อสร้างที่มีราคาแพงที่สุดของอังกฤษในยุคกลาง” ปัจจุบันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมสถานที่จัดงานการเยี่ยมเยือนของรัฐและบ้านพักสุดสัปดาห์ของ Elizabeth II.

พระราชวังวินด์เซอร์ครอบคลุมพื้นที่ 32 ไร่ และรวมป้อมปราการพระราชวังกับเมืองเล็กๆด้วย เป็นการออกแบบสไตล์จอร์เจียและวิคตอเรีย โดยยึดตามโครงสร้างยุคกลางที่มีลักษณะแบบโกธิกที่ได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นใหม่ตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 สถาปัตยกรรมและความพยายามที่เลียนแบบรูปแบบเก่าๆ สถาปนิกเซอร์วิลเลียมวิธฟิลด์ แสดงให้เห็นสถาปัตยกรรมของพระราชวัง เพื่อสื่อถึงความเป็นสถานที่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในบรรดาพระราชวังของยุโรป

ค่าใช้จ่าย
ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 21.20 ปอนด์ / ผู้สูงอายุ 19.30 ปอนด์ / เด็กอายุต่ำกว่า 17 ปี และผู้พิการ 12.30 ปอนด์ / เด็กต่ำกว่า 5 ปี เข้าฟรี

เวลาทำการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน
เดือนมีนาคม-ตุลาคม เปิดเวลา 9.30 น.- 17.15 น.
เดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ เปิดเวลา 9.45 น. – 16.15 น.

วิธีการเดินทาง
เดินทางไปกลับจากลอนดอนได้ง่ายๆ ด้วยรถไฟฟ้า National Rail ต้นทางที่สถานี London Waterloo ซึ่งจะลงที่สถานี Windsor & Eton Riverside หรือสามารถมาจากสถานีต้นทาง Paddington ก็จะลงทีสถานี Windsor Castle Station

ตลาดพอตโทเบลโล Portobello Market

ตลาดพอตโทเบลโล(Portobello Market) เป็นตลาดขายของโบราณที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีประวัติศาสตร์ยาวนานถึง 150 ปี ตั้งอยู่บนถนน Portobello เมื่อพูดถึงตลาดแห่งนี้ คนส่วนใหญ่จะนึกถึงของเก่า ของสะสมโบราณเป็นอันดับแรกๆ ซึ่งภายในตลาดจะเป็นถนนทอดยาว มีอาคารรูปทรงแปลกตา ร้านค้าส่วนใหญ่จะเป็นร้านแผงลอยตั้งอยู่สองข้างทางของถนน ซึ่งตลาดนี้มีร้านค้ามากถึง 1,000 กว่าร้าน ไม่ว่าจะเป็นร้านขายของโบราณ งานฝีมือ ของที่ระลึก เครื่องดนตรี เสื้อผ้าแฟชั่น เครื่องประดับ ผักผลไม้ สินค้ามือสองและของสะสมทุกชนิด โดยสินค้าของที่นี่จะมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะไม่เหมือนสินค้าจากที่อื่น นอกจากนี้ยังมีผับ บาร์ คาเฟ่ และร้านอาหารมากมายจากทั่วโลก มาจำหน่ายตามข้างทาง ชนิดที่ว่าเลือกกินกันไม่ถูกเลยทีเดียว จึงทำให้ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ต่อมาจึงกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงลอนดอน omglinks.com

ตลาดแห่งนี้จะเปิดให้บริการทุกวัน ยกเว้นวันอาทิตย์ โดยแต่ละวันจะขายสินค้าที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งวันจันทร์ – วันพุธ จะขายผักและผลไม้ วันพฤหัสบดี ขายพวกสินค้าแฟชั่นใหม่ๆ วันศุกร์ จะเป็นตลาดแฟชั่น และแน่นอนวันเสาร์ เป็นตลาดขายสินค้าโบราณ ของสะสมเก่าๆ ขนาดใหญ่ นับว่าเป็นวันที่ผู้คนหนาแน่นและคึกคักที่สุดเลยก็ว่าได้

หากใครที่ชื่นชอบการช็อปปิ้งเป็นชีวิตจิตใจ หรือเป็นนักสะสมของโบราณ ถ้าได้มาเที่ยวที่นี่แล้ว คุณจะหลงรักตลาดแห่งนี้โดยไม่รู้ตัว ด้วยบรรยากาศที่มีความเรียบง่าย เป็นกันเอง บวกกับสินค้าของที่นี่มีราคาไม่แพง นักท่องเที่ยวสามารถต่อรองราคาสินค้ากับพ่อค้า แม่ค้าได้ ใครที่ไม่มาตลาดนี้เหมือนมาไม่ถึงเมืองลอนดอน

ค่าใช้จ่าย
ค่าเข้าชม: ฟรี

เวลาทำการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดให้บริการทุกวัน ยกเว้นวันอาทิตย์
วันจันทร์ – พุธ เปิดตั้งแต่ 8.00 น. – 18.30 น.
วันพฤหัสบดี เปิดตั้งแต่ 8.00 น. – 13.00 น.
วันศุกร์ เปิดตั้งแต่ 8.00 น. – 19. 00 น.
วันเสาร์ เปิดตั้งแต่ 8.00 น. – 19.00 น.

วิธีการเดินทาง
นั่งรถไฟฟ้าใต้ดินลงสถานี Notting Hill หรือลงสถานี Westbourne Park

พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ลอนดอน London Science Museum

พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ลอนดอน(London Science Museum) ตั้งอยู่ในเขต South Kensington ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1857 ปัจจุบันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกได้อย่างมหาศาล ภายในพิพิธภัณฑ์จะมีการจัดแสดงนิทรรศการต่างๆ ที่น่าสนใจ มีทั้งหมด 7 ชั้นด้วยกัน โดยจะแยกออกเป็นโซนไว้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ ที่มีมากถึง 300,000 ชิ้น ตั้งแต่สมัยปฏิวัติอุตสาหกรรมจนถึงปัจจุบัน โดยสิ่งประดิษฐ์ที่มีชื่อเสียง ได้แก่ Stephenson’s Rocket , Puffing Billy ( รถจักรไอน้ำที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังหลงเหลืออยู่ ) โมเดล DNA ของ Watson และคอมพิวเตอร์ Apple เครื่องแรกของโลก นอกจากนั้นก็มีพวกจรวด ไอพ่น ดาวเทียม เป็นต้น gentingprincess.org

ถัดมาจะเป็นโซนอวกาศ เป็นอีกโซนหนึ่งที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจมาก ซึ่งจะประกอบด้วยชิ้นส่วนของยานอวกาศที่เคยใช้ในการปฏิบัติภารกิจต่างๆ ในอดีต มียาน (Apollo 10) ที่เรารู้จักกันดี เป็นการเล่าเรื่องราวสำรวจอวกาศของมนุษย์ แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จทางเทคโนโลยีของมนุษย์เรา ถัดมาจะเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีการสื่อสารเป็นส่วนใหญ่ โดยจะมีตั้งแต่โทรเลข วิทยุไปถึงสมาร์ทโฟนที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบัน เรียกได้ว่าแสดงให้เห็นถึงวิวัฒนาการของการสื่อสารอย่างแท้จริง นอกนั้นก็จะเป็นโซนจัดแสดงเกี่ยวกับ วิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ เครื่องมือแพทย์ต่างๆ

นอกจากนี้แล้วยังมีกิจกรรม การแสดงนิทรรศการสุดพิเศษ จัดอยู่ภายในพิพิธภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าใครที่ได้เข้าไปชมพิพิธภัณฑ์นี้ก็ต้องชอบกันทุกคน ด้วยการแสดงให้เห็นถึงวิวัฒนาการของสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ จากอดีตมาถึงปัจจุบัน รวมทั้งความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่หลายคนอาจไม่เคยทราบมาก่อน และได้มาเรียนรู้เรื่องราวใหม่ๆ จากที่นี่ จนทำให้ผู้คนสนใจที่จะเข้าชมพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ที่สำคัญยังเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับพาเด็กๆ มาหาความรู้เพิ่มเติมอีกด้วย

ค่าใช้จ่าย
ค่าเข้าชม: ฟรี

เวลาทำการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 10.00 น. – 18.00 น. ยกเว้นวันที่ 24 – 26 ธันวาคม ของทุกปี

วิธีการเดินทาง
นั่งรถไฟฟ้าใต้ดินลงสถานี South Kensington
นั่งรถประจำทางสาย 14, 49, 70, 74, 345, 360, 414, 430 แล้งลงตรงสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสถานี South Kensington