ช้อปปิ้งย่าน Oxford street

ช้อปปิ้งย่าน Oxford street

ช้อปปิ้งย่าน Oxford street ถนนช้อปปิ้งสุดชิลที่ใหญ่ที่สุดใจกลางกรุงลอนดอนสวรรค์ของนักช้อป ด้วยร้านค้าที่มีมากกว่า 300 ร้าน ที่มีตั้งแต่สินค้าแบรนด์เนมที่คนไทยเรารู้จักกันดี ไปจนถึงสินค้าอาร์ตๆ โนเนม พ่วงด้วยห้างสรรพสินค้าชื่อดัง รวมทั้งยังมีการลดราคาสินค้าอยู่บ่อยๆ อีกด้วย

ข้อมูล Oxford street เป็นถนนสายหลักใน city of Westminster ย่านเวสต์เอนของลอนดอน ซึ่งมีความยาวมากถึง 1.6 กิโลเมตรเลยทีเดียว Oxford street เป็นชื่อที่ขาดไม่ได้อย่างเด็ดขาดสำหรับนักช้อป อย่างที่ได้บอกในข้างต้นว่ามีร้านค้าต่างๆ ให้เลือกใช้บริการมากกว่า 300 ร้านเลยทีเดียว สำหรับร้านที่แบรนด์คนไทยเรานิยมและรู้จักกันดีก็มีทั้ง H&M , Topshop , Zara , Burberry , Mango, Next , LongChamp , UniQLO , Esprit , Quicksilver เป็นต้น นอกจากนั้นแล้วที่นี่ยังสามารถหาแบรนด์อื่นๆ ได้เกือบครบทุกแบรนด์เลยทีเดียว อีกทั้งที่นี่ยังมีห้างชื่อดังในตำนานอย่าง Selfridges ห้างที่ใหญ่เป็นอันดับสองในอังกฤษ และอีกร้านที่น่าสนใจคือ house of Fraser ที่ผู้คนไม่แน่นมากและมีสินค้าวัยรุ่นน่ารักๆ ให้เลือกเยอะ สำหรับขาช้อปที่ชื่นชอบสินค้าลดราคา Debenhams เป็นห้างสรรพสินค้าใน Oxford street ที่ชอบมีการจัดลดราคาเป็นประจำ แถมยังชอบจัดเครื่องสำอางค์หรือน้ำหอมมาจัดเป็นเซ็ทและจัดจำหน่ายในราคาที่ถูกอีกด้วย

นอกจากที่นี่จะเป็นแหล่งช้อปปิ้งชั้นเริ่ดแล้ว อีกหนึ่งข้อดีของที่นี่คือสามารถเดินทางไปมาได้สะดวกมากๆ เพราะถนนสายนี้เข้าถึงได้ง่าย เชื่อมต่อกับถนนช้อปปิ้งอื่นๆ อีกหลายสาย สามารถใช้การขนส่งธารณะได้หลายรูปแบบ ทั้งรถไฟใต้ดิน หรือบัสก็มีผ่านหลายสายเลยทีเดียว

ดังนั้นสำหรับใครที่ยังมีแรงหรือยังช้อปปิ้งจากที่นี่ยังไม่หนำใจ สามารถเดินข้ามไปยัง Regent street เพื่อไปข้อปปิ้งย่านนั้นต่อ แถวนั้นก็จะมีห้าง Liberty ที่เป็นห้างชื่อดัง หรือจะเดินไปจนถึงย่านโซโห หรือที่รู้จักกันในนามไชน่าทาวน์เลยก็ได้

ส่วนใครที่ช้อปปิ้งกันจนเหนื่อยแล้ว ที่นี่ก็มีร้านอาหารมากมายซ่อนตัวอยู่ในถนนหลักมีให้เลือกทานกันหลายแบบ อีกทั้งยังมีร้านกาแฟหรือครเฟ่น่ารักๆ ให้นั่งพักกันเพื่อฟื้นฟูแรงไปช้อปปิ้งต่อกันอีกด้วย หรือถ้าใครอยากนั่งดื่มชิลๆ ที่นี่ก็มีบาร์ให้ได้เลือกนั่งกันแบบสบายๆ แฮงค์เอ้าท์กันได้เต็มที่ แถมย่านนี้ร้านค้าและบริการส่วนใหญ่ราคาสบายกระเป๋าดีด้วย

ปกติที่นี่ผู้คนแน่นทุกวันอยู่แล้ว แต่ในวันที่ 26 ธันวาคม หรือวัน Boxing Day ที่นี่จะมีผู้คนเนืองแน่นเป็นพิเศษ โดยวันนี้ร้านต่างๆ จะเริ่มเปิดตั้งแต่ตี 5 กันเลยทีเดียว เหตุผลที่ผู้คนเยอะเป็นพิเศษในวันนี้นั่นก็เพราะว่าสินค้าต่างๆ ตั้งแต่สินค้าแบรนด์เนมไปจนถึงเสื้อผ้าและเครื่องประดับต่างๆ ต่างพร้อมใจลดราคากันชนิดที่เรียกว่า hard sell กันเลยทีเดียว ดังนั้นแม้จะต้องเบียดเสียดผู้คน ต้องต่อคิวในกิจกรรมต่างๆ แต่สำหรับนักช้อปแล้วถือว่าคุ้มค่ามากเลยทีเดียว

กำแพงฮาเดรียน กำแพงโบราณที่น่าไปเยือนซักครั้ง หากคุณไปเที่ยวอังกฤษ

กำแพงฮาเดรียนถูกสร้างโดยจักรวัติโรมันเพื่อที่จะใช้เป็นกำแพงป้องกัน Britannia หนึ่งในอาณานิคมของโรมันจากชนเผ่าจากสก็อตแลนด์ที่มาบุกรุก

กำแพง Hadrian นั้นมีความยาวถึง 117 กิโลเมตร ลากยาวจากตอนเหนือของอังกฤษตั้งแต่ทะเลไอริสจนไปถึงทะเลเหนือ กำแพง Hadrian เริ่มก่อสร้างเมื่อ 122 AD หลังจากที่จักรพรรดิ์ฮาเดรียนแห่งโรมันทรงมาเยือน และใช้เวลาก่อสร้าง 6 ปีเท่านั้น

ซึ่งในปัจจุบันกำแพงฮาเดรียนยังคงเห็นได้ชัดทั้งจากเครื่องบิน และจากภาคพื้นดิน ซึ่งนักท่องเที่ยวที่นิยมประวัติศาสตร์มักจะมาเยี่ยมเยือนเสมอ ทำให้กำแพงแห่งนี้เป็นที่เที่ยวของอังกฤษที่นิยมเป็นอันดับต้นๆเลยหละครับ

สะพานหอคอย แห่งกรุงลอนดอน London Tower Bridge

สะพานหอคอย แห่งกรุงลอนดอน(London Tower Bridge) เป็นสะพานที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสัญลักษณ์ของกรุงลอนดอน โดยมีลักษณะเป็นสะพานยกและสะพานแขวนอยู่รวมกัน ทั้งยังประกอบไปด้วยหอคอย 2 หอ จึงทำให้สะพานแห่งนี้มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า สะพานหอคอย นั่นเอง ซึ่งก็ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวในกรุงลอนดอน ที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักจะไม่พลาดที่จะแวะมาชมความสวยแปลกตาของที่นี่ โดยเฉพาะในยามค่ำคืน จะให้บรรยากาศที่โรแมนติกสุดๆ

ประวัติความเป็นมาของ Tower Bridge

เดิมทีสะพานทาวเวอร์บริดจ์ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้เป็นเส้นทางสำหรับการจราจรข้ามแม่น้ำเทมส์ของลอนดอน ซึ่งใช้เวลาในการสร้างนานถึง 8 ปี โดยแล้วเสร็จในปี ค.ศ.1894 นั่นเอง โดยหอคอยแห่งนี้ได้ถูกออกแบบให้มีลักษณะเป็นหอคอยคู่และใช้สถาปัตยกรรมแบบโกธิคที่มีความสวยงดงามและแสดงถึงการเป็นหอคอยลอนดอนได้เป็นอย่างดี แถมเมื่อขึ้นไปอยู่กลางสะพานก็สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของแม่น้ำเทมส์ได้อย่างงดงามแปลกตาอีกด้วย ซึ่งเมื่อนานวันสะพานแห่งนี้ก็เป็นที่รู้จักและได้รับความสนใจทั้งจากชาวลอนดอนและนักท่องเที่ยวมากขึ้น จนกลายมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในที่สุด

สะพานทาวเวอร์บริดจ์ มีอะไรให้เที่ยวชมบ้าง

จากสะพานที่ใช้สัญจรไปมา กลายมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและแลนด์มาร์คของกรุงลอนดอน แสดงให้เห็นได้ว่าสะพานหอคอยแห่งนี้ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว ซึ่งจุดเด่นและความน่าสนใจของ Tower Bridge ก็มีดังนี้

1. สถาปัตยกรรมที่งดงามแปลกตา
สะพานทาวเวอร์บริดจ์ ถูกสร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมที่มีความงดงามแปลกตา จึงมีความโดดเด่นมากกว่าสะพานทั่วไป ซึ่งในปัจจุบันบริเวณสะพานก็ได้มีการตกแต่งให้สวยงามและน่าสนใจมากกว่าเดิม นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จึงมักจะแวะเวียนเพื่อมาชมความสวยงามของสะพานและถ่ายรูปเก็บเป็นที่ระลึกเสมอ

2. โดดเด่นด้วยจุดชมวิว
สำหรับใครที่ชอบชมวิวสวยๆ ที่สะพานทาวเวอร์บริดจ์ก็ไม่น้อยหน้าใครเหมือนกัน เพราะสะพานแห่งนี้สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของแม่น้ำเทมส์ได้อย่างกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา และมองเห็นหอนาฬิกาบิ๊กเบนได้อย่างชัดเจนอีกด้วย นอกจากนี้ในยามเย็นก็จะได้ชมความงดงามของพระอาทิตย์ตกที่หาชมได้ยากมาก เพราะฉะนั้นขอบอกเลยว่าห้ามพลาดเด็ดขาด

3. เสริมความรู้ด้วยนิทรรศการ
หากใครที่อยากจะรู้เรื่องราวของ Tower Bridge ตั้งแต่ประวัติ การก่อสร้างไปจนถึงเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นมากมาย ที่สะพานทาวเวอร์บริดจ์ก็มีการจัดนิทรรศการให้ได้ชมกันแบบถึงที่ โดยเฉพาะเรื่องราวของนักบินที่มีการบินผาดแผลงในช่วงสงครามลอดผ่านใต้สะพานแห่งนี้ ถือเป็นเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่ถูกจารึกไว้และควรค่าแก่การศึกษาเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

4. ตื่นตาตื่นใจกับการชมวิวผ่านพื้นกระจกใส
และอีกสิ่งหนึ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจก็คือ การชมวิวผ่านพื้นกระจกใสนั่นเอง ซึ่งก็ได้มีการปรับปรุงขึ้นมาใหม่เมื่อไม่นานมานี้ แต่ก็เรียกความสนใจจากกลุ่มนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างมาก เพราะภาพที่มองเห็นผ่านพื้นกระจกใสนั้น เป็นภาพที่มีความงดงามแปลกตาและให้ความรู้สึกตื่นเต้นไม่น้อย

ค่าใช้จ่าย
ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 6 ปอนด์
ผู้สูงอายุและนักเรียน 4.25 ปอนด์

เวลาทำการ
เวลาเปิด-ปิด: ภายนอกสามารถชมได้ตลอดเวลา
ภายในแบ่งเป็น 2 ช่วงเวลา
ช่วงหน้าร้อน เดือนเมษายน ถึง เดือนกันยายน 10:00 – 17:30
ช่วงหน้าหนาว เดือนเมษายน ถึง เดือนกันยายน 09:30 – 17:00
วันปิดทำการ: หยุดช่วงคริสมาส ทุกวันที่ 24-26 ธันวาคม

วิธีการเดินทาง
นั่งรถไฟใต้ดิน underground tube มาลงที่ สถานี Tower Hill จากนั้นเดินต่ออีกนิดก็จะเจอกับสะพานทาวเวอร์บริดจ์

พิพิธภัณฑ์สงคราม Churchill War Rooms

พิพิธภัณฑ์ Churchill War Rooms ในกรุงลอนดอน เป็นพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับสงครามโลกแห่งหนึ่งที่คนชอบประวัติศาสตร์ไม่ควรพลาดเข้าไปชมเด็ดขาด เนื่องจากสถานที่แห่งนี้เคยใช้เป็นที่บัญชาการรบของประเทศอังกฤษจริง ๆ ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ของท่านนายกรัฐมลตรีคนดัง Sir Winston Churchill จึงทำให้มีสิ่งของต่างๆ ที่เคยใช้งานจริงจัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์นี้มากมาย และด้วยการเชื่อมต่อในแต่ละห้องที่มีขนาดพอดีคนเดินเท่านั้น จึงทำให้นักท่องเที่ยวที่เข้าชมรู้สึกเหมือนอยู่ในกองบัญชาการในขณะที่เกิดสงครามจริง ๆ omglinks.com

ความเป็นมาของ Churchill War Rooms

พิพิธภัณฑ์ Churchill War Rooms เริ่มก่อสร้างขึ้นในปี 1936 โดยกระทรวงอากาศยาน (ชื่อในขณะนั้น) แห่งประเทศอังกฤษ เพื่อเป็นกองบัญชาการของกองทัพอากาศ ในขณะที่ลอนดอนถูกทิ้งระเบิดจากศัตรูอย่างหนัก เมื่อเริ่มใช้อย่างเป็นทางการในปี 1938 ก็ได้มีการสร้างห้องวิทยุสื่อสารที่มีอุปกรณ์มากมายหลายชนิด และได้มีการเพิ่มเติมห้องต่าง ๆ มากมาย ซึ่งเมื่อวินสตัน เชอร์ชิล นายกรัฐมนตรีอังกฤษในขณะนั้นได้มาเห็นตึกแห่งนี้ ก็ประกาศว่าจะใช้สถานที่แห่งนี้เป็นกองบัญชาการในการรบทันที จนกระทั่งมีชัยชนะเหนือเยอรมนีในที่สุด

แม้ว่าภายแรก สถานที่แห่งนี้จะไม่ได้เปิดให้สาธารณชนเข้าชม แต่ด้วยเสียงเรียกร้องของประชาชนชาวอังกฤษที่อยากจะเห็นห้องแห่งชัยชนะนับแสนคน รัฐบาลจึงตัดสินใจซ่อมแซมส่วนที่เสียหาย และปรับปรุงให้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์อย่างเช่นทุกวันนี้

ภายใน Churchill War Rooms มีอะไรให้เที่ยวชมบ้าง

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้อาจจะหาทางเข้ายากกว่าสถานที่อื่น ๆ สักนิดหนึ่ง เพราะเป็นเพียงห้องใต้ดินของอาคารแห่งหนึ่ง ที่มีเพียงป้ายเล็ก ๆ และคนเฝ้าประตู พร้อมกับการตรวจระเบิดเท่านั้น แต่ภายในกลับไม่เล็กอย่างที่คิด เพราะมีสิ่งที่น่าสนใจมากมายดังต่อไปนี้

1. การจัดแสดงหุ่นจำลองกำลังทำกิจกรรมต่าง ๆ ขณะที่เกิดสงคราม
ไม่ได้มีเพียงแค่โต๊ะเปล่า ๆ ในการจัดแสดงเท่านั้น เพราะทางพิพิธภัณฑ์ได้จัดให้มีหุ่นจำลอง ที่แต่งชุดทหารเต็มยศในขณะที่กำลังทำกิจกรรมอยู่ในขณะเกิดสงครามในห้องต่าง ๆ ไว้ เช่น ห้องแผนที่ ห้องวิทยุสื่อสาร ห้องบัญชาการการรบ เป็นต้น
2. ชมห้องนอนของวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่แห่งอังกฤษ
ด้วยความที่ต้องอยู่บัญชาการการรบตลอดสงคราม ทำให้วินสตัน เชอร์ชิล จำเป็นต้องพักอาศัยอยู่ในสถานที่แห่งนี้ ภายในห้องนอนของเขาจึงประกอบไปด้วยเตียง โต๊ะทำงาน แผนที่โลก และอุปกรณ์อื่น ๆ ที่จำเป็น ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นของจริงที่เคยใช้งานมาแล้วทั้งสิ้น
3. ตื่นตาตื่นใจไปกับชุดทหาร และอุปกรณ์เครื่องใช้ในสงคราม
นอกจากห้องต่าง ๆ แล้ว ยังมีการจัดแสงชุดทหาร พร้อมอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น ปืน โทรศัพท์ โต๊ะทำงาน เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดนี้จะอยู่ภายในกระจกใสเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดจากนักท่องเที่ยว โดยแต่ละรูปจะมีป้ายพร้อมคำอธิบายบอกอย่างละเอียด ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่รู้ความเป็นมาของข้าวของแต่ละชิ้นเลย
4. เสริมความรู้ด้วยห้องฉาย VTR
เพราะอาจจะมีนักท่องเที่ยวบางคนที่ยังไม่เข้าใจเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ตอนนี้เท่าที่ควร ทางพิพิธภัณฑ์เลยจัดให้มีมุมสำหรับฉาย VTR แบบสั้น ๆ เพื่อให้เกิดความเข้าใจลึกซึ้งในขณะที่เข้าชมพิพิธภัณฑ์มากยิ่งขึ้น

ค่าใช้จ่าย
ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 19 ปอนด์
เด็ก (อายุ 5-15 ปี) 9.50 ปอนด์

เวลาทำการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 09.30 น. – 18.00 น.

วิธีการเดินทาง
สามารถเดินทางได้โดยนั่งรถไฟใต้ดิน Underground Tube มาลงที่สถานี Westminster

สวนสาธารณะ St James’s Park

St James’s Park เป็นสวนสาธารณะแห่งหนึ่งในย่าน Westminster ของกรุงลอนดอน ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกติดกับสวนสาธารณะอีกหลายแห่งในบริเวณนั้น ไม่ว่าจะเป็น Hyde Park, Green Park และสวน Kensington นอกจากนี้ยังอยู่ติดกับสถานที่สำคัญอีกหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นพระราชวังบักกิ้งแฮม อนุสาวรีย์ชัยแห่งลอนดอน และพระราชวังเซนต์ เจมส์ ใครที่กำลังหาที่พักผ่อนไม่ไกลจากแหล่งท่องเที่ยวเหล่านี้มากนัก ต้องมาที่นี่เลย ยิ่งถ้าได้มุมดี ๆ จะสามารถถ่ายวิวพระราชวังบักกิ้งแฮม และชิงช้าสวรรค์ยักษ์ London Eye สะท้อนผิวน้ำอย่างงดงาม

ความเป็นมาของสวนสาธารณะ St James’s Park

สวนสาธารณะ St James’s Park มีที่มาจาก กษัตริย์เฮนรี่ที่ 8 แห่งอังกฤษ ได้ตัดสินใจซื้อพื้นที่แห่งนี้ไว้ในปี 1532 ต่อมาเมื่อกษัตริย์เจมส์ที่ 1 ขึ้นครองราชบัลลังก์ในปี 1603 ก็ได้ปรับพื้นที่เหล่านี้ให้กลายเป็นสวนสาธารณะ และได้เก็บสัตว์พื้นเมืองของต่างประเทศไว้ในสถานที่แห่งนี้ เช่น อูฐ จระเข้ ช้าง เป็นต้น
จนกระทั่งกษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 2 ที่ถูกเนรเทศจากฝรั่งเศสมาที่อังกฤษได้มาเห็นสวนเหล่านี้เข้า จึงได้ตัดสินใจที่จะปรับปรุงสวนเหล่านี้อีกครั้งให้มีสไตล์แบบฝรั่งเศส และได้เปิดให้สาธารณะชนได้ใช้ประโยชน์จากพื้นที่แห่งนี้ และหลังจากนั้นก็ยังมีการปรับปรุงตกแต่งสวนอยู่เรื่อย ๆ มาจนถึงปัจจุบัน

ภายใน St James’s Park มีให้เที่ยวชมบ้าง

ด้วยความที่มีประวัติมาอย่างยาวนาน ทำให้สวนสาธารณะ St James’s Park ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นสวนสาธารณะมรดกแห่งอังกฤษ และด้วยความที่มีขนาดใหญ่ จึงทำให้ภายในสวนแห่งนี้ มีสิ่งที่น่าสนใจให้เข้าชมแตกต่างกันไปดังต่อไปนี้

1. เดินผ่านสะพานสีฟ้า (Blue Bridge) เพื่อชมวิวที่สวยงามที่สุด
สะพานสีฟ้าในสวนสาธารณะ St James’s Park ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้ในการเดินข้ามแม่น้ำในสวนไปอีกฝั่งหนึ่ง แต่ความพิเศษที่นอกจากความสวยงามของสะพานแล้ว ยังอยู่ที่ระหว่างเดินผ่านสะพานแล้วชมวิว จะเห็นพระราชวังบักกิ้งแฮม ชิงช้าสวรรค์ยักษ์ London Eye และหอนาฬิกาบิ๊กเบนเป็นฉากหลังที่สวยงามจนน่าทึ่ง

2. แปลงดอกไม้อันงดงามของพระราชวังบักกิ้งแฮม
ใจกลางของสวนสาธารณะ St James’s Park เป็นสถานที่ตั้งของสวนแห่งความทรงจำ ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกถึงพระราชินีวิคตอเรีย ซึ่งโดดเด่นไปด้วยดอก wallflower สีเหลือง และดอกทิวลิปสีแดงที่บานสะพรั่งพร้อมกันมากกว่า 50,000 ดอก จนอดใจไม่ได้ที่จะต้องรีบคว้ากล้องถ่ายรูปมาเก็บภาพไว้เลย

3. ชมนกกระยางเล่นน้ำอย่างสบายตา
เพิ่มความเป็นธรรมชาติให้กับสวนสาธารณะแห่งนี้ยิ่งขึ้น ด้วยการเดินชมนกกระยาง ที่ได้อาศัยอยู่ในสวนสาธารณะมามากกว่า 400 ปีแล้ว โดยนกกระยางเหล่านี้มีต้นกำเนิดมาจากทูตของรัสเซีย ได้มอบเป็นบรรณาการให้กับกษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 2 ของอังกฤษ

เวลาทำการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน เวลา 05.00 น. – 00.00 น.

วิธีการเดินทาง
สามารถเดินทางได้โดยรถไฟใต้ดิน underground tube มาลงที่สถานี Westminster

4. ขบวนพาเหรดหลากสีสันของกองทัพอังกฤษ
ถ้าหากใครที่เดินทางมาสวนสาธารณะ St James’s Park ในช่วงเดือนมิถุนายน ก็จะได้ชมกองทัพทหารอังกฤษเดินสวนสนามเพื่อเป็นการเฉลิมพระชนมพรรษาให้กับพระราชินีอลิซาเบธที่ 2 อีกด้วย