พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ลอนดอน London Science Museum

พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ลอนดอน(London Science Museum) ตั้งอยู่ในเขต South Kensington ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1857 ปัจจุบันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกได้อย่างมหาศาล ภายในพิพิธภัณฑ์จะมีการจัดแสดงนิทรรศการต่างๆ ที่น่าสนใจ มีทั้งหมด 7 ชั้นด้วยกัน โดยจะแยกออกเป็นโซนไว้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ ที่มีมากถึง 300,000 ชิ้น ตั้งแต่สมัยปฏิวัติอุตสาหกรรมจนถึงปัจจุบัน โดยสิ่งประดิษฐ์ที่มีชื่อเสียง ได้แก่ Stephenson’s Rocket , Puffing Billy ( รถจักรไอน้ำที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังหลงเหลืออยู่ ) โมเดล DNA ของ Watson และคอมพิวเตอร์ Apple เครื่องแรกของโลก นอกจากนั้นก็มีพวกจรวด ไอพ่น ดาวเทียม เป็นต้น gentingprincess.org

ถัดมาจะเป็นโซนอวกาศ เป็นอีกโซนหนึ่งที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจมาก ซึ่งจะประกอบด้วยชิ้นส่วนของยานอวกาศที่เคยใช้ในการปฏิบัติภารกิจต่างๆ ในอดีต มียาน (Apollo 10) ที่เรารู้จักกันดี เป็นการเล่าเรื่องราวสำรวจอวกาศของมนุษย์ แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จทางเทคโนโลยีของมนุษย์เรา ถัดมาจะเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีการสื่อสารเป็นส่วนใหญ่ โดยจะมีตั้งแต่โทรเลข วิทยุไปถึงสมาร์ทโฟนที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบัน เรียกได้ว่าแสดงให้เห็นถึงวิวัฒนาการของการสื่อสารอย่างแท้จริง นอกนั้นก็จะเป็นโซนจัดแสดงเกี่ยวกับ วิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ เครื่องมือแพทย์ต่างๆ

นอกจากนี้แล้วยังมีกิจกรรม การแสดงนิทรรศการสุดพิเศษ จัดอยู่ภายในพิพิธภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าใครที่ได้เข้าไปชมพิพิธภัณฑ์นี้ก็ต้องชอบกันทุกคน ด้วยการแสดงให้เห็นถึงวิวัฒนาการของสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ จากอดีตมาถึงปัจจุบัน รวมทั้งความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่หลายคนอาจไม่เคยทราบมาก่อน และได้มาเรียนรู้เรื่องราวใหม่ๆ จากที่นี่ จนทำให้ผู้คนสนใจที่จะเข้าชมพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ที่สำคัญยังเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับพาเด็กๆ มาหาความรู้เพิ่มเติมอีกด้วย

ค่าใช้จ่าย
ค่าเข้าชม: ฟรี

เวลาทำการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 10.00 น. – 18.00 น. ยกเว้นวันที่ 24 – 26 ธันวาคม ของทุกปี

วิธีการเดินทาง
นั่งรถไฟฟ้าใต้ดินลงสถานี South Kensington
นั่งรถประจำทางสาย 14, 49, 70, 74, 345, 360, 414, 430 แล้งลงตรงสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสถานี South Kensington

สวนพฤกษศาสตร์ คิว การ์เด้น Kew Garden

สวนพฤกษศาสตร์ คิว การ์เด้น(Kew Garden) ที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองลอนดอน ประเทศอังกฤษ เป็นสวนพฤกษศาสตร์ที่พืชพันธ์ต้นไม้มากที่สุดในโลก รวมทั้งยังมีทัศนียภาพและสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น ซึ่งมีพื้นที่ทั้งหมดถึง 760 ไร่ ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1840 ภายในสวนนี้จะรวบรวมพืชพันธุ์ต่างๆ จากทั่วทุกมุมโลกไว้อย่างหลากหลายกว่า 30,000 ชนิด สามารถใช้ศึกษา ค้นคว้าพันธุ์ไม้ต่างๆ ที่น่าสนใจจากทั่วโลก นอกจากนี้ยังมีห้องทดลอง และภาพวาดพืชพันธุ์ต่างๆมากถึง 175,000 รูป ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้สวนแห่งนี้เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาล ต่อมาจึงได้รับประกาศจากองค์กร UNESCO เป็นมรดกโลก เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม ค.ศ. 2003

สวน Kew และสวน Botanic อยู่ในการควบคุมดูแลของสถาบันวิจัยและศึกษาพันธุ์พืช(The Royal Botanic Gardens) ซึ่งข้างในสวนพฤกษศาสตร์นี้จะมีจุดไฮไลท์ต่างๆ ที่น่าสนใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Treetop walkway เป็นทางเดินลอยฟ้า ที่มีความยาวประมาณ 200 เมตร และความสูงกว่า 18 เมตร บรรยากาศเต็มไปด้วยพันธุ์ไม้ระหว่างสองข้างทาง ให้บรรดานักท่องเที่ยวได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติมากยิ่งขึ้น สำหรับพื้นทางเดินจะเป็นโลหะเจาะรู ที่ถูกออกแบบโดย David Marks นักท่องเที่ยวสามารถขึ้น – ลงได้ 2 ทาง ซึ่งจะมีลิฟท์และบันได

ถัดไปจะเป็นโซน Sackler Crossing สะพานที่ทำมาจากหินแกรนิตและบรอนซ์ เปิดอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 2006 ออกแบบโดย Buro Happold and John Pawson ใช้เป็นสะพานข้ามทะเลสาบ สะพานแห่งนี้มีสไตล์ที่เรียบง่าย ไม่หวือหวา แต่มีความเป็นธรรมชาติ ซึ่งตัวสะพานมีลักษณะเป็นเส้นโค้งคู่กับหินแกรนิตสีดำ ด้านข้างของสะพานสร้างจากเสาทองสัมฤทธิ์ ถือเป็นสะพานที่ถูกออกแบบได้อย่างสวยงามและลงตัวมาก

ถัดมาเป็น The Hive เป็นงานสถาปัตยกรรมที่มีรูปร่างแปลกประหลาด มองเผินๆ จะมีลักษณะคล้ายรังผึ้ง ทำจากอะลูมิเนียมและไฟประดับกว่า 1,000 ดวง สร้างสรรค์โดยศิลปินชาวอังกฤษที่ชื่อ Wolfgang Buttress ซึ่งมีความสูงถึง 17 เมตร ด้วยความแปลกของงานสถาปัตยกรรมชิ้นนี้ จึงทำให้ได้รับรางวัลต่างๆ มากมาย และเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยว

มาถึงไฮไลท์จุดสุดท้ายแล้ว ก็คือ Marianne North Gallery เป็นหอศิลป์แสดงภาพวาดพืชพันธุ์ต่างๆ วาดโดย Marianne North เป็นศิลปินชาววิคตอเรียที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านการมองเห็นพืชพันธุ์ได้อย่างละเอียด จนสามารถถ่ายทอดเป็นภาพวาดพืชพันธุ์ต่างๆ ได้อย่างสมจริงและสวยงาม ทำให้หอศิลป์นี้มีภาพวาดของเธอเต็มไปหมด

สำหรับใครที่เหนื่อยจากการเดินชมสวน ที่นี่มีบริการรถรางให้นักท่องเที่ยวได้นั่งชมบรรยากาศในบริเวณต่างๆ อย่างสะดวกสบาย พูดได้เลยว่า สมกับเป็นสวนพฤกษศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกจริงๆ สำหรับใครที่ชอบสถานที่ท่องเที่ยวแนวธรรมชาติ หรืออยากจะมาสูดบรรยากาศบริสุทธิ์ ที่นี่ถือเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ เลยที่ควรมาเยือน

ค่าใช้จ่าย
ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 12.75 ปอนด์
เด็ก ( อายุตั้งแต่ 4 – 16 ปี ) 2.50 ปอนด์
เด็กที่อายุต่ำกว่า 4 ปี ไม่เสียค่าใช้จ่าย

เวลาทำการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน 10.00 น. – 3.30 น.

วิธีการเดินทาง
นั่งรถไฟฟ้าใต้ดินลงสถานี Kew Gardens
นั่งรถไฟลงสถานี Kew Bridge
นั่งรถประจำทางสาย 65

หอดูดาวแห่งกรีนิช Royal Observatory Greenwich

หอดูดาวแห่งกรีนิช (Royal Observatory Greenwich) หรือที่รู้จักกันดีว่า เป็นหอดูดาวขนาดใหญ่ที่มีความเก่าแก่ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1957 – 1998 โดยที่นี่เป็นหอดูดาวที่ตั้งอยู่บนเนินเขาของสวนสาธารณะ Greenwich สามารถมองเห็นวิว ทิวทัศน์ของแม่น้ำเทมส์ได้ และที่นี่ยังมีบทบาทสำคัญทางประวัติศาสตร์ เกี่ยวกับดาราศาสตร์และการเดินเรือ ที่เป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็น “เส้นแบ่งเวลากรีนิช”เส้นแบ่งเวลาระหว่างโลกตะวันตกและโลกตะวันออกที่สำคัญ หรือที่เราเรียกกันว่า เวลามาตรฐานกรีนิช (Greenwich Mean Time) โดยพระเจ้าชาร์ลที่2 โปรดให้สร้างหอดูดาวแห่งนี้ขึ้นในปี ค.ศ. 1675 เพื่อใช้เป็นสถานที่สังเกตการณ์ทางด้านดาราศาสตร์และช่วยในเรื่องการเดินเรือ โดยตอนนั้นพระองค์ได้แต่งตั้งนักดาราศาสตร์ขึ้น เพื่อควบคุมดูแลหอดูดาวให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งนักดาราศาสตร์คนแรกที่พระองค์แต่งตั้งก็คือ John Flamsteed ต่อมาอาคารได้สร้างเสร็จสมบูรณ์ในปี ค.ศ. 1676 โดยคนส่วนใหญ่จะเรียกอาคารนี้ว่า “Flamsteed House”ซึ่งมาจากชื่อของนักดาราศาสตร์ที่มีฐานะเป็นผู้อำนวยการคนแรกของหอดูดาวแห่งนี้ omglinks.com

ภายในหอดูดาวจะมีพวกเครื่องมือ อุปกรณ์ สิ่งมหัศจรรย์ต่างๆ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันที่ใช้ในการสำรวจดาว การเดินเรือ และจุดไฮไลท์สำคัญต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ห้อง Octagon ถือว่าเป็นห้องที่สำคัญของอาคารแห่งนี้เลยก็ว่าได้ ภายในห้องมีนาฬิกาลูกตุ้มแขวนอยู่ 2 เรือน ที่มีความสูงถึง 20 ฟุต บวกกับการออกแบบที่ค่อนข้างแปลกประหลาด ซึ่งแต่ละเรือนจะมีลูกตุ้มยาว 13 ฟุต อยู่บนหน้าปัด นอกจากนั้นยังมีห้องจัดนิทรรศการแสดงนาฬิกาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ถัดมาจะเป็นโดมใหญ่ๆ ข้างในจะมีกล้องชนิดต่างๆ ให้นักท่องเที่ยวสามารถใช้ส่องดูดาวที่กำลังเคลื่อนที่อยู่ ด้วยความน่าสนใจนี้เองจึงทำให้ที่นี่กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและเป็นแหล่งศึกษาหาความรู้ชั้นดี ที่หลายคนให้การต้อนรับเป็นอย่างดี

ค่าใช้จ่าย
ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 9.50 ปอนด์
เด็กที่มีอายุตั้งแต่ 5 – 16 ปี 5 ปอนด์ ส่วนเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปีไม่เสียค่าใช้จ่าย

เวลาทำการ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทำการทุกวัน 10.00 น. – 17.00 น.

วิธีการเดินทาง
นั่งรถไฟลงสถานี Cutty Sark DLR, Maze Hill, Greenwich Pier
หรือสถานี Blackheath

พิพิธภัณท์อ็อกซ์ฟอร์ด Museum of Oxford

พิพิธภัณท์อ็อกซ์ฟอร์ด(Museum of Oxford) เป็นพิพิธภัณฑ์ทางประวัติศาสตร์ในเมือง Oxford ประเทศอังกฤษ ตั้งอยู่ด้านหน้าศาลากลางเมือง บนถนน St Aldate เปิดให้เข้าชมอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 1975 ภายในพิพิธภัณฑ์จะมีเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของเมืองและ University of Oxford นิทรรศการประกอบไปด้วย สิ่งประดิษฐ์ต้นแบบ ที่เป็นทรัพย์สินของวิทยาลัย Oxford ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ โดยพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้จากเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของเมือง Oxford ที่มีการพัฒนามาพิพิธภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาโรมัน ซึ่งได้รวบรวมเรื่องราวตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์จนถึงปัจจุบัน

ต่อมาในปี 2011 พิพิธภัณฑ์ได้ปิดปรับปรุงใหม่ โดยมีการรวบรวมมรดกของศาลากลางเมือง Oxford และได้เปิดให้บริการในปี 2012 ประกอบด้วย พื้นที่สำหรับจัดนิทรรศการและกิจกรรมที่หลากหลาย ตั้งแต่การแสดงดนตรีสด งานแสดงศิลปะ สิ่งประดิษฐ์ต่างๆ ที่เราเห็นกันในปัจจุบัน ไปจนถึงการแสดงละครตลกในพิพิธภัณฑ์เก่า นอกจากนี้ก็มีกิจกรรมสำหรับครอบครัว กิจกรรมสร้างความบันเทิงต่างๆ ตลอดทั้งปี ซึ่งกิจกรรมในแต่ละเดือนจะมีความแตกต่างกันออกไป หากใครที่สนใจสามารถตรวจดูตารางกิจกรรมได้ทางเว็บไซด์ของพิพิธภัณฑ์ได้ และที่สำคัญยังมีอาสาสมัครที่มีทักษะความรู้และประสบการณ์ คอยแนะนำข้อมูลเกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์ให้แก่นักท่องเที่ยวและผู้ที่มาเยือน สามารถถามข้อสงสัยที่อยากทราบได้อย่างละเอียด ส่วนสิ่งอำนวยความสะดวกของที่นี่ ก็จะมีบริการ WIFI ฟรี อยู่บริเวณรอบๆ ตัวอาคารด้วย

ค่าใช้จ่าย
ค่าเข้าชม: ฟรี

เวลาทำการ
เวลาเปิด-ปิด: วันจันทร์ – วันเสาร์ ยกเว้นวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 10.00 น. – 17.00 น. รอบสุดท้าย 16.30 น.
วันปิดทำการ: หยุดทุกวันอาทิตย์ และ ช่วงเทศกาล Christmas ตั้งแต่วันที่ 25 – 26 ธันวาคม และเทศกาลปีใหม่ ในวันที่ 1 มกราคม

วิธีการเดินทาง
เดินจากสถานีรถไฟ Oxford

Balliol College แห่ง Oxford

วิทยาลัย Balliol College เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่เป็นส่วนหนึ่งของ University of Oxford ในประเทศอังกฤษ สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1263 โดย John I de Balliol ซี่งได้รับการแนะนำจากบาทหลวงแห่ง Durham ในเวลาต่อมาเขาได้เสียชีวิตลง จึงทำให้ภรรยาจัดเตรียมเพื่อให้มั่นใจถึงสภาพที่คงทนถาวรของวิทยาลัยนี้ โดยให้เงินทุน พร้อมทั้งตั้งกฎระเบียบ หลักสูตรต่างๆ ขึ้นมา ทำให้วิทยาลัยสามารถดำรงอยู่มาได้จนถึงปัจจุบันนี้ โดยมีนักบุญผู้ปกป้องคุ้มครองวิทยาลัยนี้ คือ นักบุญแคเธอรินแห่งอเล็กซานเดรีย (Saint Catherine of Alexandria) omglinks.com

วิทยาลัย Balliol ตั้งอยู่ใจกลางเมือง Oxford บนถนน Broad บริเวณใกล้กับห้องทดลอง โรงละคร และห้องสมุด รวมถึงร้านค้าและสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมายในเมือง ในช่วงหลังทศวรรษที่ 19 ภายในวิทยาลัยจะมีลานกว้างสี่เหลี่ยมด้านหน้า รวมไปถึงโบสถ์ ที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1857 และอาคารที่เก่าแก่ที่สุดในวิทยาลัย ที่สร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 15 ซึ่งเป็นห้องสมุดที่เป็นศูนย์กลางทางปัญญาของวิทยาลัยแห่งนี้ โดยมีบทบาทสำคัญในเรื่องของการให้บริการและสนับสนุนการศึกษาระดับปริญญาตรีและบัณฑิต อีกทั้งรับผิดชอบเกี่ยวกับเอกสารทางประวัติศาสตร์ เอกสารต้นฉบับในช่วงยุคกลางและเอกสารอื่นๆ ซึ่งประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ ถัดไปจะเป็นสวน (Garden Quad) ซึ่งเป็นพื้นที่สีเขียวบริเวณใจกลางวิทยาลัยและห้องโถงที่สร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 19 ที่มีความสวยงามโดดเด่น ใช้เป็นสถานที่สำหรับรับประทานอาหาร รวมถึงให้บริการเครื่องดื่ม อาหารว่าง ให้แก่นักศึกษาและผู้ที่มาเยือน

ในด้านของสิ่งอำนวยความสะดวกของที่นี่ ก็จะมีสนามกีฬา ซึ่งเป็นสนามกีฬาที่ถือว่าใกล้เมืองที่สุดใน Oxford โดยจะมีสนามฟุตบอล สนามเล่นสควอซ สนามบาสเกตบอล และสนามเทนนิส นอกจากนี้ก็ยังมีโรงละคร สตูดิโอ ซึ่งอยู่ในอาคาร Jowett Walk รวมไปถึงห้องที่บริการอาหารกลางวันและอาคารค่ำบริเวณห้องโถง โดยส่วนใหญ่จะให้บริการด้วยตนเอง ซึ่งวิทยาลัยนี้ถือว่าเป็นสถานศึกษาที่มีชื่อเสียงและเป็นที่นิยม เห็นได้จากรายชื่อศิษย์เก่าที่เป็นที่รู้จักในวงกว้างอย่าง Richard Dawkins ( นักชีววิทยาที่มีชื่อเสียง) Peter Snow, Dan Snow และ Robert Peston ( นักจัดรายการวิทยุและโทรทัศน์ ) เป็นต้น

ค่าใช้จ่าย
ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 3 ปอนด์
นักเรียน 1 ปอนด์
นักเรียนในวิทยาลัย ไม่เสียค่าบริการ

เวลาทำการ
เวลาเปิด-ปิด: วันจันทร์ – วันศุกร์ เปิดตั้งแต่เวลา 11.00 น. – 18.00 น.
วันเสาร์ เปิดตั้งแต่เวลา 11.00 น. – 17.00 น.
วันปิดทำการ: หยุดวันอาทิตย์

วิธีการเดินทาง
เดินจากสถานีรถไฟ Oxford